โภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์แฝด (Multifetal pregnancy)

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เคยมีแขกรับเชิญ คุณธันยธร วงศ์ณิชชากุล จากโรงพยาบาล BNH มาเล่าให้ฟังถึงเรื่องของโภชนาการก่อนและระหว่างการตั้งครรภ์ นะครับ ก็มีคำถามจากท่านผู้อ่านทางบ้านว่า แล้วถ้าเกิดว่าตั้งครรภ์แฝด หรือมากกว่านั้น จะดูแลทางโภชนาการอย่างไรดี วันนี้จึงเอามาเล่าให้ฟังกันครับ

การตั้งครรภ์แฝด

ในปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ได้ก้าวหน้าขึ้นไปมากเลยทีเดียวครับ การพัฒนาของเทคโนโลยีเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีที่ช่วยในการตั้งครรภ์ต่างๆ ส่งผลให้อุบัติการณ์ของการเกิดครรภ์แฝดเพิ่มมากขึ้นครับ นับเป็นปัจจัยหลักเลยทีเดียวครับ อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยอื่นๆ ระบุว่า อายุก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์แฝดครับ หญิงตั้งครรภ์ที่อายุมากกว่า 35 ปี มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์แฝดได้มากกว่าหญิงที่อายุน้อยกว่า รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักตัวมาก โอกาสเกิดการตั้งครรภ์แฝดก็มากกว่าหญิงที่มีน้ำหนักตัวน้อยครับ

การตั้งครรภ์แฝดโดยมาก ก็จะเป็นการตั้งครรภ์แฝดสอง (twins) รูปแบบของแฝดก็มีสองรูปแบบหลักๆ ครับ คือ

  • Monozygotic twins คือแฝดที่เกิดจากการผสมพันธุ์ของไข่เพียงใบเดียวครับ แฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกันเราจะเรียกว่า identical twins หรือว่าแฝดแท้ ครับ แฝดแท้จะมีลักษณะที่เหมือนกันมากเกือบทุกอย่าง อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีความแตกต่างกันระหว่างบุคคลที่ทำให้สามารถระบุตัวแฝดแต่ละคนได้ครับ
  • Dizygotic twins คือแฝดที่เกิดจากการผสมพันธุ์ของไข่สองใบครับ แฝดที่เกิดจากไข่คนละใบเราจะเรียกว่า fraternal twins หรือแฝดเทียมครับ สำหรับแฝดเทียมนั้นจะมีความเหมือนกันไม่เท่าแฝดแท้ รวมถึงในบางครั้งแฝดเทียมอาจเป็นคนละเพศกันก็ได้ครับ

แฝดบางคู่ขณะอยู่ในครรภ์ จะใช้รกและถุงน้ำคร่ำร่วมกัน แต่ในขณะที่อีกหลายคู่จะมีรกและถุงน้ำคร่ำแยกกันครับ แฝดที่มีการใช้รกและถุงน้ำคร่ำร่วมกัน มีโอกาสเสียชีวิต หรือเกิดปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติในการก่อรูป การเจริญเติบโต และปัญหาอื่นๆ ซึ่งต้องอาศัยการดูแลและติดตามของแพทย์อย่างใกล้ชิดมากกว่าครับ และสำหรับเรื่องของการเจริญเติบโต ตัวอ่อนแฝดในครรภ์จะมีการเจริญเติบโตเท่าๆ กับตัวอ่อนทารกเดี่ยวๆ จนถึงอายุครรภ์ประมาณ 28 สัปดาห์ ที่ตัวอ่อนทารกแฝดจะเจริญเติบโตช้ากว่า เมื่อเปรียบเทียบกับทารกเดี่ยวครับ

แน่นอนว่าการตั้งครรภ์แฝด เป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงมากกว่าการตั้งครรภ์ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ในหญิงตั้งครรภ์ เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ โลหิตจาง การคลอดก่อนกำหนด ฯลฯ  หรือในตัวทารกแฝดที่เกิดมา เช่น น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ความผิดปกติแต่แรกเกิด ความผิดปกติของระบบสมอง ไปจนถึงอัตราการเสียชีวิตขณะคลอดครับ เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดมากๆ ตั้งแต่ขณะตั้งครรภ์ ไปจนถึงการคลอด เพื่อให้การคลอดเป็นไปได้อย่างปลอดภัย สุขภาพดีทั้งแม่และลูกครับ แน่นอนว่าโภชนาการที่เหมาะสมก็เป็นส่วนสำคัญทีเดียวครับ

โภชนาการในหญิงตั้งครรภ์แฝด

น้ำหนักตัวที่ควรเพิ่มขึ้นตลอดการตั้งครรภ์

  • น้ำหนักตัวที่ควรเพิ่มขึ้นสำหรับหญิงตั้งครรภ์แฝด จะมากกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยวครับ คำแนะนำจาก Institute of Medicine ของสหรัฐอเมริกา จำแนกน้ำหนักตัวที่ควรเพิ่มขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ไว้ตามค่าดัชนีมวลกายก่อนการตั้งครรภ์ คือ
    • BMI ปกติ (18.5 – 22.9 kg/m2) = 17 – 25 กิโลกรัม
    • น้ำหนักเกิน BMI > 23 kg/m2 = 14 – 23 กิโลกรัม
    • อ้วน BMI > 25 kg/m2 = 11-19 กิโลกรัม
  • สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มี BMI ต่ำกว่าปกติ ไม่มีคำแนะนำจาก IOM แต่จากการอนุมาน คิดว่าควรจะมีน้ำหนักขึ้นอยู่ในช่วงที่มากกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มี BMI ปกติครับ
  • น้ำหนักควรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ควรอยู่ที่ 2.3 – 3.2 กิโลกรัม และเพิ่มขึ้น 0.5 – 0.9 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ในช่วงไตรมาสที่สองและสาม
  • สำหรับน้ำหนักตัวที่ควรเพิ่มขึ้นสำหรับหญิงตั้งครรภ์แฝดสาม ไม่มีคำแนะนำจาก IOM แต่โดยทั่วไปแล้วน้ำหนักที่เพิ่มประมาณ 22.7 กิโลกรัม ทำให้แฝดสามคลอดออกมามีน้ำหนักตัวปกติ

ความต้องการพลังงาน

  • ยังไม่มีการศึกษามากพอที่จะสรุปเป็นสมการคำนวณความต้องการพลังงานสำหรับหญิงตั้งครรภ์แฝดได้ แต่มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่ากระบวนการเมแทบอลิซึมของหญิงตั้งครรภ์แฝดทำงานรวดเร็วกว่า และจะเกิดสภาวะอดอาหาร (starvation) ได้เร็วกว่าหญิงตั้งครรภ์เดี่ยว ความต้องการพลังงานอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 265 กิโลแคลอรีต่อวัน (อยู่ในช่วง 2400 – 2800 กิโลแคลอรีต่อวัน)
  • หลักการทั่วไปคือ บริโภคอาหารให้ได้เพียงพอในระดับที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างคงที่ในช่วงที่เหมาะสมครับ

ความต้องการสารอาหารอื่นๆ

  • เช่นเดียวกับการศึกษาเกี่ยวกับพลังงาน ยังคงไม่มีงานวิจัยมากพอที่จะทำให้สรุปความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการตั้งครรภ์แฝดได้ แต่อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยจำนวนหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าความต้องการกรดไขมันจำเป็น (กรดไขมันไลโนเลอิก และแอลฟ่าไลโนเลนิก) มากขึ้น รวมถึงแร่ธาตุอื่นๆ เช่นธาตุเหล็กและแคลเซียมด้วย คำแนะนำคือบริโภคอาหารที่เป็นแหล่งของสารอาหารเหล่านี้ และติดตามระดับตัวชี้วัดทางห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสังเกตอาการทางคลินิกร่วมด้วย
  • อย่างไรก็ตาม คำแนะนำระบุว่าควรมีการเสริมวิตามินและแร่ธาตุ เช่นเดียวกับหญิงตั้งครรภ์เดี่ยว และไม่ควรบริโภควิตามินและแร่ธาตุเกินความต้องการ (DRI) ที่กำหนดไว้

โดยสรุป จะเห็นว่าข้อมูลในปัจจุบันเกี่ยวกับโภชนาการในหญิงตั้งครรภ์แฝดยังมีไม่มากเท่าที่ควรครับ อย่างไรก็ตามคงมีงานวิจัยใหม่ๆ ตีพิมพ์ออกมาเรื่อยๆ ในอนาคต เพราะอุบัติการณ์ของการเกิดครรภ์แฝดก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกันครับ ณ ตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคงเป็นการทำตามแนวปฏิบัติของโภชนาการในหญิงตั้งครรภ์ให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน และเพิ่มพลังงานให้เพียงพอในระดับที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสมครับ

References:

Skora D, Frankfurter D. Adverse perinatal events associated with ART. Semin Reprod Med. 2012; 30(2): 84-91.

Brown JE, Schloesser PT. Prepregnancy weight status, prenatal weight gain, and the outcome of term twin gestations. Am J Obstet Gynecol. 1990; 162(1): 182-6.

Hoskins RE. Zygosity as a risk factor for complications and outcomes of twin pregnancy. Acta Genet Med Gemellol (Roma). 1995; 44(1): 11-23.

Dubois S, et al. Twin pregnancy: the impact of the Higgins Nutrition Intervention Program on maternal and neonatal outcomes. Am J Clin Nutr. 1991; 53(6): 1397-403.

Rassmussen KM, et al. Weight gain during pregnancy: Reexamining the guidelines. Institute of Medicine. 2009. [http://www.nap.edu/catalog/2584.html]

Konwinski T, et al. Maternal pegestational weight and multiple pregnancy duration. Acta Genet Med Gemellol. 1973; 22: 44-7.

Zeijdner EE, van Houwelingen AC, Kester AD, Hornstra G. Essential fatty acid status in plasma phospholipids of mother and neonate after multiple pregnancy. Prostaglandins Leukot Essent Fatty Acids. 1997; 56(5): 395-401.

About the author

ฐนิต วินิจจะกูล

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
กำลังศึกษาต่อ Master of Science (Nutrition and Dietetics)
The University of Utah สหรัฐอเมริกา