‘สุขภาพดีในทุกขนาดตัว’ เป็นไปได้มั้ย?

พอดีได้มีโอกาสไปอ่านบทความหนึ่งของ The Nutrition Press เกี่ยวกับ ‘Health at Every Size’ (HAES) ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยก็คงจะเป็นเกี่ยวกับ ‘สุขภาพดีในทุกขนาดตัว’ แล้วคิดว่าน่าสนใจมากครับ เลยขออนุญาตเอามาแปลและสรุปความให้อ่านกันครับ

ท่านที่สนใจอ่านต้นฉบับ สามารถคลิกที่ลิงค์ด้านบนได้เลยครับ

ในต่างประเทศค่อนข้างมีกระแสขึ้นมาในตอนนี้กับ HAES ซึ่งมักจะเป็นแนวทางการปรับพฤติกรรมเพื่อไปสู่การมีสุขภาพที่ดี โดยไม่พยายามมุ่งเน้นที่การ ‘ไดเอ็ท’ แต่เน้นไปที่การกินอย่างมีสติ (mindful eating) แทน เพื่อป้องกันวงจรโยโย่เอฟเฟค รวมไปการถึงไม่พยายามตัดสินคนด้วยรูปร่างและขนาดตัว ความพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอาหารและการดูแลตนเอง (ไม่ใช่เห็นว่าอาหารเป็นแค่แหล่งพลังงาน หรือกินเพื่อให้สุขภาพดีเท่านั้น แต่เป็นการกินที่มีความสุขและเพิ่มคุณภาพชีวิตด้วย) ความน่าสนใจอยู่ที่ แนวทาง HAES ไม่พูดถึงเรื่องน้ำหนักตัวเลยครับ

แนวทาง HAES กำเนิดขึ้นจากปัญหา size stigma หรือการดูถูกเหยียดหยาม และตัดสินคนจากขนาดรูปร่างของสังคมตะวันตก (เช่น แค่เห็นคนอ้วนเดินมา ก็คิดไปแล้วว่า คนนี้ต้องไม่ดูแลสุขภาพ กินแต่อาหารขยะ ไม่ออกกำลังกายแน่นอน) รวมถึงการที่คนในสังคมมุ่งเน้นแต่ตัวเลขของน้ำหนัก และใช้ตัวเลขน้ำหนักเป็นตัวชี้วัดสุขภาพ ในบางครั้ง เราอาจจะพบว่าหลายๆ พื้นที่ในสื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นบล็อค ทวิตเตอร์ หรือเฟสบุ๊ค ก็มีการแชร์รูปหรือคำคมเกี่ยวกับการลดน้ำหนักมากมาย ซึ่งดูเผินๆ เหมือนจะเป็นการให้กำลังใจ แต่งานวิจัยหลายๆ งานชี้ให้เห็นว่า คำคมหรือรูปภาพที่มีลักษณะไปในทางแง่ลบ (อ้วนแล้วขี้โรค อ้วนคือขี้เกียจ อ้วนคือไม่ใส่ใจ อ้วนคือไม่พยายาม ถ้าพยายามก็จะผอม ฯลฯ) กลับเป็นการเพิ่ม stigma ตรงนี้ และอาจจะกลายเป็นการซ้ำเติมทำให้เกิดผลกระทบต่อจิตใจและยิ่งทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้ยากขึ้นครับ

แม้จะฟังดูดี แต่แนวทางนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย เนื่องจากงานวิจัยจำนวนมากก็ยืนยันถึงผลกระทบของน้ำหนักตัวต่อสุขภาพเช่นกัน ซึ่งตรงจุดนี้เป็นจุดที่ HAES ไม่ได้คำนึงถึง (หรือเรียกง่ายๆ ว่าพยายามไม่พูดถึงเลย) สำหรับบางคน อาจจะกลายเป็นการสื่อความผิด กลายเป็นว่า ไม่ต้องลดน้ำหนักก็ได้ ก็สุขภาพอยู่แล้ว ทั้งๆ ที่จุดมุ่งหมายจริงๆ ของ HAES คือการส่งเสริมสุขภาพทั้งด้านร่างกายและคุณภาพชีวิต โดยไม่มุ่งเน้นไปที่ตัวเลขน้ำหนักครับ

แต่เมื่อมองดูงานวิจัยในอีกมุมมองหนึ่ง มีงานวิจัยอีกงานที่น่าสนใจ ชี้ให้เห็นว่า คนที่แม้จะน้ำหนักเกินหรืออ้วน แต่มี ‘ความฟิต’ สูง มีอัตราการเสียชีวิตเท่ากับคนที่มีน้ำหนักปกติ และมี ‘ความฟิต’ สูง แถมยังมีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าคนที่มีน้ำหนักปกติ แต่ ‘ความฟิต’ ต่ำด้วย ตัวแนวทาง HAES เองก็มีคนทำ randomized controlled trial และพบว่าผู้ที่เข้าร่วมโปรแกรม HAES นอกจากมีดัชนีชี้วัดทางสุขภาพที่ดีขึ้น ก็ยังมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นด้วย ตรงจุดนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจมากครับ เพราะเป็นการยืนยันแนวคิดว่า การไม่สนใจตัวเลขน้ำหนักก็ส่งผลดีต่อสุขภาพได้เช่นกัน

โดยสรุปแล้ว จริงๆ ก็เป็นที่รู้กันว่าการลดน้ำหนักนั้นช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะลดน้ำหนักให้ได้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ และสำหรับบางคนการมุ่งไปที่ตัวเลขน้ำหนักอาจจะไม่ได้ทำให้ลดน้ำหนักได้ หรือสุขภาพดีขึ้น และแถมยังอาจจะทำให้สุขภาพจิตแย่ลง ความมั่นใจในตัวเองลดลง และความสัมพันธ์กับอาหารแย่ลงด้วย แนวทางอย่าง HAES ที่ไม่พยายามมุ่งไปที่ตัวเลขน้ำหนัก แต่เป็นการส่งเสริมสุขภาพทั้งกายและใจให้ดีขึ้น อาจเป็นแนวทางที่มีประโยชน์สำหรับหลายๆ คน (แม้ไม่ทุกคน) แนวทางนี้ไม่ได้ปฏิเสธหลักฐานว่าการมีน้ำหนักตัวมากส่งผลให้เกิดโรค แต่เป็นการเปลี่ยนแนวทางการโฟกัส จากการดูผลลัพธ์เช่นน้ำหนักตัวที่ลด ไปเป็นการมุ่งเน้นไปที่ตัว process หรือกิจกรรมที่เป็นการส่งเสริมสุขภาพแทน ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วก็สามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ รวมถึงลดน้ำหนักได้ในที่สุด

พี่ๆ น้องๆ นักกำหนดอาหารทุกท่าน คิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้ แสดงความเห็นได้ใน facebook ได้เลยครับ

เอาไว้วันหลังจะเอาบทความเกี่ยวกับ social stigma กับกับคนที่น้ำหนักเกินและมีโรคอ้วนมาให้อ่านกันครับ เป็นอีกมุมมองที่ผมคิดว่าน่าสนใจ และนักกำหนดอาหารเองก็น่าจะต้องเรียนรู้ไว้ เพื่อที่จะได้ให้คำแนะนำกับผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมครับ

References

  1. Mann T, Tomiyama AJ, Westling E, Lew AM, Samuels B, Chatman J. Medicare’s search for effective obesity treatments: diets are not the answer. Am Psychol. 2007; 62(3): 220-33.
  2. Ingram DD, Mussolino ME. Weight loss from maximum body weight and mortality: the Third National Health and Nutrition Examination Survey Linked Mortality File. Int J Obes (Lond). 2010; 34(6): 1044-50.
  3. McAuley PA, Blair SN. Obesity paradoxes. Journal of Sports Sciences. 2011; 29(8): 773-82.
  4. Bacon L, Aphramor L. Weight science: evaluating the evidence for a paradigm shift. Nutr J. 2011; 10: 9.

About the author

ฐนิต วินิจจะกูล

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
กำลังศึกษาต่อ Master of Science (Nutrition and Dietetics)
The University of Utah สหรัฐอเมริกา