Nutrition Assessment การประเมินภาวะโภชนาการ

การประเมินภาวะโภชนาการ (Nutrition Assessment) เป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการดูแลทางโภชนาการ หลังจากผู้ป่วยได้รับการคัดกรองแล้ว พบว่ามี/เสี่ยงที่จะมีปัญหาทางโภชนาการ นักกำหนดอาหารจะเป็นผู้ไปประเมินภาวะโภชนาการของผู้ป่วยโดยจะเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ป่วย นำมาวิเคราะห์และแปลผล เพื่อสรุปปัญหาทางโภชนาการของผู้ป่วยแต่ละราย ข้อมูลที่นักกำหนดอาหารต้องเก็บรวบรวมและประเมินในผู้ป่วยแต่ละรายจะมีความแตกต่างกันได้ ขึ้นกับสภาวะของโรคและสภาวะสุขภาพของผู้ป่วย แต่โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อคือ

  • สภาวะทางโภชนาการ ประกอบด้วยการประเมินอาหารที่บริโภค ทั้งในแง่ของคุณภาพและปริมาณ พฤติกรรมการบริโภคอาหาร รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของผู้ป่วย
  • สภาวะสุขภาพ ประกอบด้วย การวัดสัดส่วนของร่างกาย เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว เส้นรอบวงแขน ปริมาณไขมันใต้ผิวหนัง ฯลฯ ผลทางห้องปฏิบัติการ เช่น ปริมาณเม็ดเลือดแดง ฮีโมโกลบิน น้ำตาลในเลือด บียูเอ็น ครีเอทินีน ระดับของเอนไซม์ตับ ระดับของอิเล็กโทรไลต์ในเลือด ฯลฯ การตรวจร่างกายเพื่อบ่งชี้ภาวะทุพโภชนาการ สภาวะของโรคและสรีรวิทยาที่ผู้ป่วยเป็น และยารวมถึงการรักษาที่ผู้ป่วยได้รับในปัจจุบัน
  • สภาวะแวดล้อมของผู้ป่วย ประกอบด้วย สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม สภาวะอารมณ์และจิตใจของผู้ป่วย คุณภาพชีวิต ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการ ความพร้อมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นต้น

หลังจากรวบรวมข้อมูล นักกำหนดอาหารจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโภชนาการที่เกิดขึ้น/ อาจเกิดขึ้นได้ โดยพิจารณาองค์ประกอบแวดล้อมผู้ป่วย ทั้งในมิติของสุขภาพ โรค เศรษฐกิจ สังคม อารมณ์ พฤติกรรม เพื่อวางแผนการดูแลทางโภชนาการที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถในการเข้าถึงการแก้ปัญหาทางโภชนาการของผู้ป่วยแต่ละรายด้วย เช่น ความสามารถในการเข้าถึงอาหาร การเลือกอาหาร กิจวัตรประจำวัน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพของตนเอง ความพร้อมในการเรียนรู้/ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ฯลฯ เพื่อให้การดูแลทางโภชนาการสามารถเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การบันทึกข้อมูลการประเมินภาวะโภชนาการ ควรบันทึกอย่างเป็นระเบียบแบบแผน จัดหมวดหมู่ของข้อมูลให้ชัดเจน โดยข้อมูลที่บันทึกควรระบุวันที่เวลา และค่ามาตรฐาน/ ค่าอ้างอิง ในกรณีของผลทางห้องปฏิบัติการ หรือค่าที่สามารถวัดเป็นตัวเลขได้ และในกรณีที่เป็นการประเมินซ้ำ ควรบันทึกความเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยไว้อย่างชัดเจนด้วย

Reference:

  • American Dietetic Association. Nutrition care process and model part I: The 2008 update. J Am Diet Assoc. 2008; 108(7): 1113-7.

About the author

ฐนิต วินิจจะกูล

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
กำลังศึกษาต่อ Master of Science (Nutrition and Dietetics)
The University of Utah สหรัฐอเมริกา