การปรับพฤติกรรมเพื่อลดน้ำหนักในคนไข้เบาหวานประเภทที่ 2 ที่มีโรคอ้วน

ได้มีโอกาสอ่านบทความชิ้นหนึ่งจากวารสารของสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์เมื่อปีที่ผ่านมา (2015) เองครับ นักวิจัยเค้าได้ทำการดูผลลัพธ์ของโปรแกรมการปรับพฤติกรรมเพื่อลดน้ำหนัก ในคนไข้เบาหวานประเภทที่ 2 ที่มีโรคอ้วนร่วมด้วย ผลลัพธ์มีความน่าสนใจมาก เลยเอามาสรุปและแชร์ให้ฟังกันคร่าว ๆ ครับ

เนื่องจากว่าประชากรที่เป็นเบาหวานประเภทที่ 2 จำนวนมากจะมีน้ำหนักเกิน และ/หรือโรคอ้วนร่วมด้วย ดังนั้นคำแนะนำที่นักกำหนดอาหารมักจะแนะนำ ก็คือการลดน้ำหนักร่วมกับการควบคุมอาหารเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดใช่มั้ยครับ อย่างไรก็ตามก็มีคำถามที่น่าคิดว่า แล้วคำแนะนำในการปรับพฤติกรรมที่เน้นการลดน้ำหนักเนี่ย มันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของระดับ HbA1c รวมไปถึงความดันโลหิต และระดับไขมันในเลือดของคนไข้อย่างไรบ้าง คนที่ลดน้ำหนักได้ (เกิน 5%) มีผลลัพธ์ทางสุขภาพแตกต่างจากคนที่ลดน้ำหนักไม่ได้ (เกิน 5%) หรือไม่ รวมไปถึงคำถามอีกข้อที่ว่า การปรับสัดส่วนของสารอาหารหลัก มีผลต่อการลดน้ำหนักและผลลัพธ์ทางสุขภาพในประชากรกลุ่มนี้หรือไม่ ทางทีมผู้วิจัยเค้าจึงได้รวบรวมข้อมูลงานวิจัยจำนวนมาก และนำผลลัพธ์มาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ได้ข้อมูลที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ

โดยภาพรวม ต้องระบุว่าโปรแกรมการปรับพฤติกรรมเพื่อลดน้ำหนักนั้น มีผลเล็กน้อยในการทำให้ระดับ HbA1c ไขมันในเลือด และความดันโลหิตลดลงครับ มีงานวิจัยเพียงสองงานที่พบว่าสามารถลดระดับค่าเหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ ก็คืองานวิจัยที่ให้ผู้เข้าร่วมบริโภคอาหารแบบเมดิเตอเรเนียน (Mediterranean diet) และสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่า 5% กับอีกงานวิจัยคือ Look AHEAD trial (ที่คนที่อยู่ในแวดวงเบาหวานน่าจะรู้จักกันดี) ที่พบว่าคนที่สามารถลดน้ำหนักได้มากกว่า 5% มีผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีขึ้นครับ ข้อแตกต่างที่สำคัญของงานวิจัยจำนวนมาก กับงานวิจัยสองงานที่กล่าวไป ก็คืองานวิจัยสองงานนี้มีคำแนะนำให้ออกกำลังกาย รวมไปถึงการพบกับบุคลากรทางการแพทย์อย่างสม่ำเสมอครับ นี่อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัยประสบผลสำเร็จก็ได้ครับ ดังนั้นตัวเลข 5% จึงถือเป็น cut-off point เริ่มต้นสำหรับการวางเป้าหมายในการลดน้ำหนักในกลุ่มประชากรนี้ได้ครับ

คำถามต่อมาคือ การปรับสัดส่วนสารอาหารหลัก (คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน) โดยที่ปริมาณพลังงานเท่ากันนั้น ส่งผลแตกต่างในเชิงของผลลัพธ์ทางสุขภาพหรือไม่ เราพบว่าในกลุ่มประชากรนี้ การปรับสัดส่วนสารอาหารหลัก โดยที่ยังคงปริมาณพลังงานเท่ากัน ไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างของผลลัพธ์ทางสุขภาพแต่อย่างใดครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ HbA1c ไขมันในเลือด หรือความดันโลหิตสูงครับ

คำถามถัดมาคือ แล้วคนที่ลดน้ำหนักได้ไม่ถึง 5% ล่ะ เป็นอย่างไร สำหรับโปรแกรมการปรับพฤติกรรมที่เน้นการลดน้ำหนัก แน่นอนว่าคนไข้ที่ลดน้ำหนักไม่ได้ ผลลัพธ์ทางสุขภาพก็จะไม่ดีขึ้น ข้อมูลบอกมาว่าอย่างนี้ครับ

โดยภาพรวมแล้ว จากข้อมูลงานวิจัยที่เล่ามา การที่กลุ่มประชากรนี้จะสามารถลดน้ำหนักได้อย่างประสบผลสำเร็จ (>5%) ประกอบด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร (เน้นไปที่การจำกัดพลังงาน) การเพิ่มการออกกำลังกายและการมีกิจกรรมทางกาย รวมถึงการพบกับบุคลาการทางการแพทย์อย่างสม่ำเสมอครับ

อย่างไรก็แล้วแต่ ต้องทิ้งท้ายว่า ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถลดน้ำหนักได้ (ดูจากงานวิจัยก็จะเห็นครับ) ดังนั้น ในฐานะของนักกำหนดอาหาร เราอาจจะต้องประเมินคนไข้รายบุคคลว่า คนไข้มีความสามารถในการลดน้ำหนักมากน้อยเพียงใด หากประเมินแล้วคนไข้มีแนวโน้มที่จะไม่สามารถลดน้ำหนักได้ ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งเป้าหมายเป็นเรื่องของน้ำหนักตัวครับ เพราะมันจะกลายเป็นเป้าหมายที่คนไข้ทำไม่ได้ และจะยิ่งทำให้คนไข้สูญเสียความมั่นใจ การลดระดับน้ำตาลในเลือดนั้น นอกจากเรื่องของการลดน้ำหนัก ยังมีวิธีการอีกจำนวนมากที่สามารถช่วยได้ ดังนั้นแทนที่จะโฟกัสที่ตัวเลขน้ำหนัก การเน้นไปที่ตัวพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น (เพิ่มผัก ผลไม้ไม่หวานมาก ธัญพืชไม่ขัดสี เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน) หรือการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพิ่มขึ้น โดยที่ไม่ได้เอาน้ำหนักมาเป็นตัวตั้ง เอาตัวพฤติกรรมเหล่านี้มาเป็นเป้าหมาย จะทำให้คนไข้ทำตามเป้าหมายได้ง่ายขึ้น และมีแนวโน้มที่จะปรับพฤติกรรมได้มากขึ้นในระยะยาว ซึ่งท้ายสุดแล้วก็จะทำให้มีโอกาสที่น้ำหนักจะลดลงได้ โดยที่ไม่ต้องไปตั้งเป้าเป็นตัวเลขเลยครับ 🙂

อ้างอิง

Franz MJ, et al. Lifestyle Weight-Loss Intervention Outcomes in Overweight and Obese Adults with Type 2 Diabetes: A Systematic Review and Meta-Analysis of Randomized Clinical Trials. J Acad Nutr Diet. 2015; 115(9): 1447-63.

About the author

ฐนิต วินิจจะกูล

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
กำลังศึกษาต่อ Master of Science (Nutrition and Dietetics)
The University of Utah สหรัฐอเมริกา