Case-study: โภชนาการในผู้ติดเชื้อ HIV

วันนี้ขออนุญาตเปลี่ยนแนวจากการนำบทความมาให้อ่าน มาเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในรูปแบบของ Case-study กันนะครับ วันนี้จึงขออนุญาตยกตัวอย่างเคสสมมติ เกี่ยวกับเรื่องของโภชนาการในผู้ติดเชื้อ HIV มาแลกเปลี่ยนกันครับ

*เคสดังต่อไปนี้เป็นเคสตัวอย่างที่สมมติขึ้นมาไม่มีตัวตนจริงใด ๆ ทั้งสิ้น

นายประกอบ (นามสมมติ) เพศชายเดี่ยว อายุ 45 ปี เป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งประวัติเป็นผู้ติดเชื้อ HIV มาแล้ว 20 ปี มาพบแพทย์ด้วยข้อกังวลว่าไขมันบริเวณแก้มมีลักษณะซูบลง แต่ไขมันบริเวณหน้าท้องเพิ่มขึ้น

ส่วนสูง 180 cm น้ำหนัก 80 kg BMI 24.7 kg/m2

ผลทางห้องปฏิบัติการ:

  • Viral load: negative
  • CD4: 643 cells/mm3
  • Cholesterol: 184 mg/dL
  • HDL: 25 mg/dL
  • LDL: 96 mg/dL
  • Triglycerides: 304 mg/dL
  • Fasting plasma glucose: 98 mg/dL

ยาที่ได้รับในปัจจุบัน: Raltegravir (Isentress) Atazanavir (Reyataz), Ritonavir (Norvir), Emtricitabine (Emtriva), Atorvastatin (Lipitor), Ranitidine (Zantac)

ประวัติการบริโภคอาหาร: เนื่องจากอาศัยอยู่ที่คอนโดใจกลางกรุงเทพมหานครฯ ตามลำพัง จึงไม่ทำอาหารด้วยตนเอง แต่จะรับประทานอาหารนอกบ้าน หรือซื้ออาหารเข้ามากินที่บ้านเป็นประจำ อาหารโดยทั่วไปคือ

  • มื้อเช้า: โจ๊กหมูสับ 1 ชามใหญ่ใส่ไข่ลวก 2 ฟอง กาแฟเย็นไม่ใส่น้ำตาล ใส่นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ ปาท่องโก๋ 1-2 ตัวขนาดมาตรฐาน
  • มื้อว่าง: ผลไม้รถเข็น 10 บาทหน้าบริษัท (แตงโม สัปปะรด มะละกอ ฯลฯ)
  • มื้อเที่ยง: ข้าวแกงทั่วไป 1 จาน (ข้าว 4 – 5 ทัพพี กับข้าวเช่น คะน้าหมูกรอบ ผัดผัก ไก่ผัดขิง ฯลฯ) หรือข้าวขาหมูไม่เอาหนัง 1 จาน หรือข้าวมันไก่ไม่เอาหนัง 1 จาน ชาเขียวพร้อมดื่มสูตรทั่วไป 1 ขวด
  • มื้อบ่าย: เบเกอรี และกาแฟสำเร็จรูป 1 ซอง (ระหว่างประชุม)
  • มื้อเย็น: ข้าวแกงทั่วไป 1 จาน ผลไม้เล็กน้อย น้ำเปล่า หรือ ไปรับประทานอาหารตามห้าง นิยมรับประทานอาหารญี่ปุ่น แต่พยายามเลือกอาหารที่สุกสะอาด โดยมากเป็นชุดหมูชุบแป้งทอด สลัดมันฝรั่ง ชาเขียวไม่หวาน เป็นต้น
  • มื้อดึก: แล้วแต่ว่ามีอะไรในตู้เย็น เช่น ผลไม้ ขนม ถั่วเมล็ดแห้ง ทานน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะก่อนนอนวันเว้นวัน เนื่องจากมีญาติแนะนำมา

ประวัติการมีกิจกรรมทางกาย: เดินเร็ว 20 – 30 นาทีต่อครั้ง 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ (ช่วงวันเสาร์และอาทิตย์)

คำถามคือ …

  1. ปัญหาทางโภชนาการของคนไข้รายนี้ ที่สมควรแก้ไขเป็นลำดับแรก คืออะไร?
  2. การกำหนดอาหารในคนไข้รายนี้ จะให้พลังงานและโปรตีนเท่าใด? การกระจายสารอาหาร คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ควรเป็นอย่างไร?
  3. ผลข้างเคียงจากยาที่ได้รับที่ส่งผลให้เกิดปัญหาในคนไข้รายนี้อย่างไร?
  4. คำแนะนำทางโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับคนไข้รายนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่สมควรแก้ไขเป็นลำดับแรก คืออะไร?
  5. หากคนไข้มา follow-up จะติดตามตัวชี้วัดใดบ้าง เพื่อประเมินผลการให้คำแนะนำทางโภชนาการ

ลองเสนอแนะพูดคุยกันผ่าน facebook ได้ที่นี่ครับ 🙂

About the author

ฐนิต วินิจจะกูล

นักกำหนดอาหารวิชาชีพ
กำลังศึกษาต่อ Master of Science (Nutrition and Dietetics)
The University of Utah สหรัฐอเมริกา